โรคหลอดเลือดหัวใจตีบในผู้สูงอายุสำคัญอย่างไร
ในคนสูงอายุจะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจสูงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น
(โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบ)
โรคนี้เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้มีอัตราตายสูงขึ้นในผู้สูงอายุ
และมีผลทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง เช่น ทำงานไม่ได้ดีเท่าที่ควร
เหนื่อยง่ายขึ้น และเป็นภาระกับครอบครัวและสังคมมาขึ้น
ในสมัยก่อนการรักษาภาวะนี้ทำได้จำกัด
แต่ด้วยวิวัฒนาการในปัจจุบันพบว่ามีการรักษาได้หลายวิธีมาก
จึงเป็นผลให้สามารถลดอัตราตาย
และทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ถ้ารับการรักษาแต่เนิ่นๆ อย่างไรก็ตาม
ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคหัวใจกลุ่มนี้
จะยิ่งใช้เงินเป็นจำนวนมากขึ้นตามความรุนแรงของโรคที่เป็น ฉะนั้น
ถ้าเราสามารถป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ได้จะเป็นการดีกว่าที่มาตามแก้ที่ปลาย
เหตุ อันอาจทำให้มีการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร มีการทุพพลภาพ
หรือเสียค่าใช้จ่ายสูงในการรักษา
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดได้อย่างไร ปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง
โรคจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีผนังหลอดเลือดหนาตัวซึ่งอาจจะเป็นผลจากมีผลึกไขมัน ไปเกาะ หรือมีพังผืดอันเป็นผลจากความเสื่อมหรือมีปัจจัยอื่นๆไปกระตุ้นให้เกิดภาวะ หนาตัวขึ้น ทำให้เลือดไหลผ่านไม่สะดวก เป็นผลให้หัวใจขาดเลือดได้ ปัจจัยเสี่ยงที่ว่านี้ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง อายุที่มากขึ้น อ้วน การไม่ค่อยออกกำลังกาย จะเห็นได้ว่าปัจจัยต่างๆที่กล่าวมา สามารถแก้ไขหือทำให้ดีขึ้นได้ แต่ประการหนึ่งที่ไม่สามารถแก้ไขได้ คือ อายุที่เพิ่มขึ้นจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
โดยทั่วไปแล้ว คนมักจะเข้าใจว่าอาการของโรคนี้คือ อาการเจ็บหน้าอกด้านซ้าย และลักษณะอาการเจ็บจะเป็นอย่างไรได้ เช่น เจ็บเสียวแปล๊บๆ เจ็บจี๊ดๆ เป็นวินาที หรือนาที ซึ่งจริงๆ แล้ว ลักษณะที่กล่าวมานี้ไม่ใช่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบลักษณะเฉพาะทางของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ จะมีดังนี้ คือ อาการเจ็บหน้าอกจะต้องเป็นที่บริเวณกลางหน้าอกตรงบิเวณเหนือลิ้นปี่ขึ้นมา เล็กน้อย ลักษณะจะต้องเป็นแบบแน่นๆ หน้าอกเหมือนมีอะไรมาบีบรัด หรือมีของหนักๆ มาทับอกอยู่ อาจมีอาการร้าวไปที่บริเวณไหล่ซ้าย และแขนซ้าย หรือร้าวไปที่กรามทั้งสองข้าง และที่สำคัญมักจะสัมพันธ์กับการออกแรงหรือออกกำลังกาย เพราะช่วงนั้นหัวใจจะต้องการเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น แต่เลือดไปไม่ได้เพราะว่ามีหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบอยู่ อาการที่เป็นอยู่จะต้องนานเป็นนาทีขึ้นไป เพราะฉะนั้น ถ้ามีอาการ เสียวแปล๊บๆ เป็นวินาที เป็นด้านซ้ายของหน้าอกไม่สัมพันธ์กับการออกแรง (ซึ่งจะเป็นอาการที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์บ่อยๆ) ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นจากหลอดเลือดหัวใจตีบ
อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ป่วยมีอาการเฉพาะทางของโรคนี้ครบทุกอย่าง แต่ไม่สัมพันธ์กับการออกแรง หรือออกกำลังกาย ให้สงสัยว่าอาจจะไม่ใช่เป็นการขาดเลือดธรรมดา อาจจะเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดขึ้น อย่างกระทันหัน ไม่ใช่แค่หลอดเลือดหัวใจตีบ แต่ส่วนใหญ่พวกนี้อาการจะรุนแรงมากกว่าการขาดเลือด มักมีอาการเหงื่อออกจะเป็นลมร่วมด้วย โรคนี้จะมีอันตรายมากกว่าโรคหัวใจขาดเลือด และมีผลแทรกซ้อนมากกว่า
ถ้ามีอาการคล้ายหรือเหมือนอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบควรทำอย่างไร
โรคนี้ถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะสามารถลดอัตราการเสียชีวิต ลดการเกิดทุพพลภาพ และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อย่างมาก ฉะนั้น เมื่อสงสัยว่ามีอาการดังกล่าว จึงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว จากที่กล่าวไว้แล้วว่า อาการเจ็บหน้าอกอาจเป็นได้จาก 2 กรณี คือ เกิดจากการขาดเลือด เนื่องจากหลอดเลือดหัวใตีบ หรือเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย จากการอุดตันของเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอย่างกะทันหันการปฎิบัติตัวใน 2 กรณีมีความแตกต่างกันดังนี้
- ถ้าเป็นจากการขาดเลือดจากหลอดเลือดตีบ กล่าวคือ มีอาการขณะออกแรง หรือออกกำลังกาย ให้ปฎิบัติตัวดังนี้ ให้หยุดการออกแรง หรือออกกำลังกายที่มากจนทำให้เกิดอาการ และไปพบแพทย์โดยเร็ว แต่ไม่ถึงกับฉุกเฉิน
- ถ้าเป็นจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย จากการอุดตันของเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอย่างกะทันหัน กล่าวคือ มีอาการในขณะพักหรืออยู่เฉยๆ โดยมีอาการค่อนข้างมาก ให้ไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด (ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็ตาม เพราะว่า โรคนี้ส่วนใหญ่มักเกิดตอนกลางคืน) แลควรไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพราะว่ากล้ามเนื้อหัวใจตายที่เกิดจากการอุดตันของเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ นั้น กล้ามเนื้อจะตายเกือบทั้งหมดภายใน 4-6 ชั่วโมง แต่ถ้าเราแก้ไขได้ก่อน 4-6 ชั่วโมง จะสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจกลับมาทำงานได้ตามปกติ โดยเฉพาะในปัจจุบันมียาฉีดที่สามารถละลายก้อนเลือดที่ไปอุดตันหลอดเลือดได้ ลดีมาก ฉะนั้น ถ้ามีอาการของโรคนี้เกิดขึ้น ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ไมควรปล่อยไว้นานเกิน 4-6 ชั่วโมง โดยควรไปโรงพยาบาลที่ใกล้มากที่สุด เพราะว่าถ้าไปหลังจาก 4-6 ชั่วโมงแล้ว ผลการรักษาจะไม่ดีเท่าที่ควรหรือไม่ได้ผลเลย






0 comments:
Post a Comment